พระเทพมังคลาจารย์

พระราชปัญญาเวที

พระมหานิคม มหาภินิกฺขมโน

พระมหาอุ่น พลปุญฺโญ

พระครูปลัดฐนพงค์
ขนฺติวโร(หลวงตา)

พระครูใมฏีกาไพบูลย์
อินฺทปญโร

บทความทางพุทธศาสนา

วิสาขบูชารำลึก

วิสาขบูชารำลึก
3911

มาฆบูชารำลึก

makabucha-memory
2129

ปาฏิหาริย์พระธาตุจอมคีรีศรีเป็งขอก

2012-03-01-14-32-23
18832

ปาฏิหาริย์พระเจดีย์แก้ว

2012-03-01-14-32-22
19013

ภูมิสถานวัดท่าตอนทั้ง ๙ ชั้น

ร้านค้าวิสาหกิจฯ

ยอดผู้ชม

1266721
วันนี้
เมื่อวานนี้
สัปดาห์นี้
สัปดาห์ที่แล้ว
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
ทั้งหมด
870
1647
4589
1242372
57862
60820
1266721

Your IP: 54.166.212.152
เวลา: 2018-05-22 13:24:08

Facebook Page

 


วิสาขบูชารำลึก

วิสาขบูชา : วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา วันสำคัญสากลของโลก

----------------

เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่าวันวิสาขบูชาคือวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาวันหนึ่ง   ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นแห่งประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา  โดยเป็นอุบัติกาลของอัครมหาบุรุษที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่โลกเคยมีมา  กล่าวคือเป็นวันที่พระบรมโพธิสัตว์เสด็จอุบัติเพื่อมาตรัสรู้อริยสัจธรรมทำลายความสงสัยของโลกอย่างสิ้นเชิงด้วยพระปรีชาญาณอันหาที่สุดมิได้  เมื่อพระบรมโพธิสัตว์ได้ตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณสำเร็จเป็นพระพุทธเจ้าแล้ว  ทรงเป็นบุคคลแรกที่ค้นพบวิธีเอาชนะทุกข์ได้อย่างเด็ดขาดเพราะทรงเข้าใจโลกและชีวิตอย่างถูกต้องถ่องแท้ตามความเป็นจริง  นับเป็นช่วงกาลที่ความมืดดำซึ่งเคลือบคลุมห่อหุ้มโลกได้คลี่คลายสลายตัว  เพราะอานุภาพแห่งแสงประทีปธรรมที่ส่องฉายลงมาทำลายม่านหมอกอันแน่นหนาและมวลมืดหม่นบนผืนโลกนั้น   ผันพระองค์จากความเป็นปุถุชนมาสู่ความเป็นอริยชนอันสูงสุด  ในฐานะ “พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า” ผู้เป็นบรมศาสดาของไตรโลก  กระทั่งเป็นวันวิโยคเสด็จดับขันธ-ปรินิพพานอันเป็นการสิ้นสุดแห่งการดำรงพระชนม์ของพระพุทธองค์

วิสาขบูชา มีนัยความหมายว่า  “การบูชาในเดือนวิสาขะ” (วิสาขะเป็นชื่อของเดือน ๖)  ย่อมาจากคำว่า “วิสาขปูรณมีบูชา”  แปลว่า  “การบูชาในเพ็ญเดือนวิสาขะ” (นับวันตามจันทรคติ  ตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖)เพื่ออนุสรณ์ถึงวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานของพระพุทธเจ้า ถือเป็นโอกาสพิเศษเนื่องด้วยเหตุการณ์สำคัญอันเกี่ยวข้องกับพระพุทธองค์ ซึ่งควรนับว่าเป็นเหตุการณ์อันน่าอัศจรรย์  เนื่องเพราะเหตุการณ์สำคัญทั้ง ๓ นั้น  เกิดขึ้นแก่บุคคลคนเดียว  แต่ต่างกรรมต่างวาระกัน  กล่าวคือแม้วันประสูติ  ตรัสรู้  และปรินิพพาน  จะตรงกับวันเพ็ญเดือน ๖ เหมือนกัน  แต่ก็เวียนวารไปเหตุการณ์ละรอบปี  โดยเหตุการณ์ประสูติเกิดขึ้นในวันเพ็ญเดือน ๖ ก่อนพุทธศก ๘๐ปี  เหตุการณ์ตรัสรู้เกิดขึ้นในวันเพ็ญเดือน ๖ ก่อนพุทธศก ๔๕ปี  เมื่อองค์พระบรมศาสดามีพระชนมายุได้๓๕พรรษาเหตุการณ์ปรินิพพานเกิดขึ้นในวันเพ็ญเดือน ๖ก่อนพุทธศก ๑ปี (หากนับเวลาเมื่อครบรอบวันพุทธปรินิพพาน ๑ ปี เป็น พ.ศ.๑เช่นในประเทศไทย)  เมื่อองค์พระบรมศาสดาทรงมีพระชนมายุได้๘๐ พรรษา 

บรรดาพุทธศาสนิกชนทั้งในประเทศไทยและประเทศทั้งหลายที่นับถือพระพุทธศาสนา  ต่างยกย่องยึดถือเหตุการณ์ทั้งสามที่เกิดขึ้นตรงกับวันวิสาขบูชานี้  เป็นโอกาสพิเศษสำคัญที่ควรค่าแก่การกระทำบูชาสักการะและระลึกถึงด้วยความซาบซึ้งในพระพุทธคุณอย่างจริงจัง  ทราบข้อมูลจากบางกระแสว่าประเทศศรีลังกาได้ให้ความสำคัญกับวาระอันเป็นศุภมงคลเนื่องด้วยวันวิสาขบูชานี้อย่างมาก  ถึงกับเคยจัดให้มีการเฉลิมฉลองเทศกาลวิสาขบูชานี้กินเวลานับเดือน  โดยถือเอาเดือน ๖ ทั้งเดือน  เป็นเดือนแห่งวิสาขบูชาเลยทีเดียว  ทั้งยังได้กำหนดให้วันวิสาขบูชาเป็นวันเปลี่ยนศักราชของประเทศอีกด้วย 

วันวิสาขบูชา มิใช่จะมีค่าความหมายต่อวิถีชีวิตและจิตใจของพุทธศาสนิกชนทั่วโลกเท่านั้นแม้คนต่างชาติต่างศาสนา  ก็ยังมองเห็นคุณค่าความสำคัญของวันนี้  เห็นได้จากคณะกรรมาธิการองค์การสหประชาชาติได้ลงมติร่วมกันประกาศให้วันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญของสหประชาชาติ  ซึ่งก็เท่ากับประกาศให้เป็นวันสำคัญสากลของโลกไปในตัวด้วย   นอกจากนั้น  ยังได้กำหนดให้วันวิสาขบูชาเป็นวันหยุดขององค์การสหประชาชาติ (โดยกำหนดชื่อว่า Vesak  Day)  และจัดให้มีการระลึกถึงความสำคัญของวันนี้ที่สำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติและที่ทำการสาขาสหประชาชาติในภูมิภาคต่างๆทั่วโลกตามความเหมาะสม  ทั้งนี้  ด้วยประจักษ์ในเหตุผลว่าพระพุทธเจ้าเสด็จอุบัติมาเป็นเอกอัครบุคคลผู้เป็นต้นแบบแห่งการพัฒนาตนขั้นสูงสุด  การตรัสรู้ของพระองค์ก็ได้เป็นปัจจัยนำพาประชาสัตว์โดยเฉพาะมนุษยชาติให้สามารถผ่อนเพลาบรรเทาปัญหาเชิงกายภาพอันเป็นปัญหาขั้นพื้นฐาน (ทุกข์กาย) ไปจนถึงช่วยแก้ไขวิกฤตทางจิตวิญญาณ (ทุกข์ใจ) ซึ่งเป็นปัญหาระดับสูงขึ้นไปอย่างมีประสิทธิภาพเกิดประสิทธิผลแท้จริง  ทั้งเล็งเห็นคุณูปการของพระพุทธองค์ที่ทรงสั่งสอนมวลมนุษย์ให้มีเมตตาธรรมและขันติธรรมต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเพื่อให้เกิดสันติสุขขึ้นในสังคม อันเป็นวิถีที่สอดคล้องกับแนวทางขององค์การสหประชาชาติ  ภายหลังจากที่องค์การสหประชาชาติได้รับรองวันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญของโลกแล้ว  ชาวพุทธทั่วโลกจึงพร้อมใจกันเรียกวันวิสาขบูชาว่าวันสำคัญสากลของสหประชาชาติ (UN Day of Vesak) ตั้งแต่บัดนั้นมา

วิสาขฤกษ์คราวเบิกพระประสูติกาลของพระมหาโพธิสัตว์  ถือเป็นศุภวารแห่งการเสด็จอุบัติของรัตนบุรุษซึ่งเป็นประดุจของขวัญสุดล้ำค่าประดามีที่ชาวโลกได้รับมา  บ่งนัยว่าเป็นการเกิดดี  เพราะท่านผู้เป็นเจ้าของวันเกิดประกาศสถานภาพของผู้ยิ่งใหญ่  ซึ่งจะคลี่คลายพระองค์จากวงจรการเกิดตายในอีกไม่ช้า  ทั้งประกาศถึงพระปัญญาอันสามารถพิชิตสรรพปัญหานำพาพระองค์สลัดหลุดจากทุกข์ทั้งปวงได้อย่างเด็ดขาด  ทรงประกาศอย่างอาจหาญว่าพระองค์เป็นพี่ใหญ่ของชาวโลก  เฉกหัวโจกของลูกไก่  เป็นตัวพี่ใหญ่ที่สามารถกะเทาะเปลือกไข่ที่ครอบคลุมหุ้มห่อออกมาสัมผัสโลกภายนอกได้ก่อนใครเพื่อน

วิสาขฤกษ์เบิกปัญญาหยั่งซึ้งถึงอริยสัจธรรมของพระบรมโพธิสัตว์  นำไปสู่การวิวัฒน์จากภาวะปุถุชนสู่ภาวะแห่งอริยชน  เป็นคนรู้ถ้วนถูกในทุกเหลี่ยมมุมของโลก  ทุกมิติแห่งสรรพสิ่ง  รู้จริงเห็นแจ้งอย่างหมดจดทั้งคดีโลกและคดีธรรม  เฉกเช่นคนนัยน์ตาไม่ฝ้าฟางมองเห็นสิ่งต่างๆรอบข้างอย่างกระจ่างใส  ไม่มีฝุ่นผงหรือฝ้ามัวใดๆมาปิดบัง  นับเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่เคยเกิดขึ้นแก่โลก  ด้วยโลกที่เคยมืดมิดเพราะถูกปกปิดด้วยอวิชชาได้ถูกคลี่คลายสลายมวลมนท์อนธการ  จนสามารถมองทะลุผ่านความลวงสู่ความจริง  ผ่านความมืดดำอำพรางสู่ความไสวสว่างได้อย่างแจ้งเจน  เฉกพระจันทร์คืนวันเพ็ญที่นวลเด่นที่สุดใน    ราตรีกาล  เป็นสัญญาณแห่งการรู้ดี  รู้ชอบ  รู้จริง  และรู้ถูกถ้วนทุกกระบวนการ  โพธิญาณปัญญารู้แจ้งเห็นจริงนั้นช่างมหัศจรรย์ด้วยผันสามัญมนุษย์สู่อภิมนุษย์ชั่วข้ามคืนได้   ราวกับช่วยจุดประกายไฟให้สว่างไสวขึ้นในความมืดโดยฉับพลัน  และประกายเรืองรองของโพธิญาณก็จะส่องฉายขยายแผ่กว้างออกไปทำลายอวิชชาที่กลุ้มรุมจิตใจของเวไนยชนให้สิ้นไป  ประหนึ่งแสงแห่งอาทิตย์อุทัยที่ขับไล่ทำลายความมืดคลุ้มที่เข้าคลุมครองโลกทั้งผองมาตลอดราตรีกาลอันยาวนาน ฉะนั้น  

วิสาขฤกษ์เบิกนิพพานสมัย  บ่งนิมิตหมายแห่งการจากไปดีอย่างไม่มีวันหวนกลับสู่วงวัฏกระแสทุกข์อีกต่อไป  ไร้การว่ายวน  ไร้การคมนาคมในสังสารสาคร  กระนั้นก็ยังทรงมีพระทัยอาทรต่อเวไนยนิกร  เพราะก่อนจะเสด็จดับขันธปรินิพพาน  ทรงปฏิบัติพระจริยาวัตรแห่งบรมครูของโลกจวบวาระสุดท้ายแห่งพระชนมชีพ  คือทรงฝากมรดกธรรมประหนึ่งพินัยกรรมฉบับพิเศษ  เพื่อให้พุทธสาวกทั้งหลายได้ธรรมสังเวช  สร้างเหตุเร้าเตือนใจเวไนยสัตว์ให้ไม่ประมาทในกุศลธรรม  ย้อนย้ำสำนึกพุทธสาวกและโลกทั้งมวล  โดยทรงชี้ชวนให้ตระหนักใส่ใจในการทำหน้าที่ของตนจนถึงที่สุด  และทรงจุดประกายให้ขวนขวายช่วยเหลือผู้อื่นตามกำลังตามสามารถ  ไม่ประมาทในชีวิต  ในวัย  และในทุกกิจกรรมอันเนื่องด้วยการดำเนินชีวิต  ปรากฏการณ์แห่งปรินิพพานจึงบันดาลประโยชน์แก่พหูชนในการพัฒนาชีวิตของตนอย่างรัดกุมและคุ้มค่า  นับว่าเป็นการจากลาที่งดงามหมดจด  เพราะทรงลาลับไปพร้อมกับการสร้างประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่แก่ผู้ที่อยู่เบื้องหลังโดยแท้  แม้พระประทีปแก้วผู้เป็นดวงตาแห่งโลกได้วิโยคลาลับดับขันธ์อย่างไม่มีวันหวนกลับ  แต่ประทีปธรรมที่ทรงจุดไว้ในระตรีตรัสรู้เพ็ญเดือน ๖   ใช่จะลาลับดับมอดไปจากโลกพร้อมกับพระสรีรกายอันเป็นไปตามกระแสแห่งเหตุปัจจัย  ตกอยู่ภายใต้คติธรรมดาแห่งสังขารไม่  หากจะยังคงกระจ่างสว่างใสในจิตใจของหมู่เวไนยชนผู้ประพฤติตนอยู่ในครรลองธรรมอยู่ทุกเมื่อ   

                เพ็ญหนึ่ง ๆ ของพระจันทร์ที่ส่องฉายกระจายไปทั่วผืนโลกในยามราตรีเดือนวิสาขะนั้น   เป็นจุดบรรจบร่วมกันของเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ ๓เหตุการณ์ที่แม้ว่าจะแตกต่างกันโดยสภาพ คือ การประสูติ  ตรัสรู้  และปรินิพพาน   แต่ก็เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแก่บุคคลคนเดียวกันอย่างน่าอัศจรรย์  แสงจันทร์วันเพ็ญในเหตุการณ์เหล่านั้นต่างก็มีความสว่างสุกใสดุจเดียวกัน  โดยแสงจันทร์ในวันเพ็ญคราวพระบรมโพธิสัตว์ถือพระประสูติกาลมาเยี่ยมเยือนเสมือนเภรีสวรรค์ลั่นเลื่อนประกาศเตือนหมู่มนุษย์ว่าอัจฉริยบุรุษผู้จักเป็นที่พึ่งอันสูงสุดของชาวโลกได้เสด็จอุบัติแล้ว  แสงจันทร์ในเพ็ญตรัสรู้เป็นนิมิตหมายบ่งบอกว่าประทีปธรรมที่ไม่มีวันดับมอดตลอดกาลได้ถูกจุดขึ้นแล้ว ณ โพธิมหาสถาน   และแสงจันทร์ในเพ็ญวันเสด็จดับขันธ-ปรินิพพานเสมือนจะชี้บ่งส่งสัญญาณให้ทราบว่ามรดกธรรมที่ไม่มีวันตายไปพร้อมกับพระพุทธสรีระซึ่งพระพุทธองค์ทรงฝากไว้เป็นปัจฉิมโอวาทนั้น  จะเป็นของขวัญชิ้นสุดท้ายที่ให้อนุสสติเตือนใจชาวพุทธและชาวโลกทั้งมวลได้ตระหนักถึงความสำคัญของความไม่ประมาทในการทำหน้าที่ของตนและบำเพ็ญประโยชน์เพื่อคนอื่น  ตลอดจนสังคมให้งามสมและสำเร็จสมบูรณ์

อนึ่ง  พระประสูติกาลของสิทธัตถราชกุมาร เท่ากับแสดงสัญญาณแห่งนิมิตมงคลว่ามนุษย์สามัญสามารถพัฒนาศักยภาพปัญญาจนถึงขั้นสูงสุดสำเร็จเป็นพระอรหันตสัมพุทธได้  อาสภิวาจาที่พระกุมารแรกประสูติทรงเปล่งประกาศอย่างอาจหาญ  เป็นการยืนยันมั่นใจว่าในอนาคตอันใกล้พระองค์จะกลายเป็นอัครบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในหมู่มนุษยชน  เป็นเอกบุคคลผู้ประพฤติตนเป็นหนึ่งในทุกๆด้าน  กล่าวคือเป็นหนึ่งด้านความดีคือติงสมหาบารมีที่ทรงสั่งสมมาเป็นเวลา ๔ อสงไขยกำไรแสนกัป  ทรงบำเพ็ญมหาบารมีทั้ง ๓๐ ทัศอย่างยวดยิ่ง  ก็เพื่อเข้าถึงความจริงอันสูงสุดอุตตมธรรมคือพระสัมโพธิญาณเป็นหนึ่งด้านปัญญาที่ทรงสั่งสมอบรมมาเป็นเวลานานแสนนาน   ด้วยทรงประสงค์จะใช้พระปัญญาประหนึ่งเภตราขนถ่ายสรรพสัตว์ให้ข้ามพ้นวงวัฏสังสารสาครคือทะเลทุกข์ที่ประชานิกรเวียนแหวกว่ายลอยคออยู่จำเนียรนานไม่รู้กาลสิ้นสุดตลอดจนเป็นหนึ่งด้านความเสียสละ  เพราะทุกพระชาติที่ทรงบำเพ็ญมหาบารมีนั้นทรงทุ่มอุทิศแม้ชีวิตของพระองค์เพื่ออำนวยประโยชน์แก่ผู้อื่นมาโดยตลอด 

อุบัติกาลแห่งการตรัสรู้   นับเป็นจุดเริ่มต้นแห่งการโปรยปรายความสุขออกไปอย่างกว้างไกลไพศาลเพราะการเผล็ดพระโพธิญาณจักขยายผลเป็นความสุขศานติ์และพ้นผ่านทุกข์กายทุกข์ใจของหมู่เวไนยสัตว์ด้วยเหตุนั้น  การตรัสรู้หยั่งซึ้งถึงสูตรแก้ปัญหาชีวิตอย่างอริยสัจ ๔ พร้อมกับการค้นพบอริยวิถีมรรคมีองค์ ๘  อันเป็นแนวทางสร้างความสุขอย่างถูกตรงของพระพุทธองค์จึงถือเป็นการเผยตัวของพระพุทธศาสนาอย่างสง่างาม  อริยสัจ ที่ทรงหยั่งซึ้งรวมถึงอริยมรรคที่ทรงค้นพบเมื่อแรกตรัสรู้  ถูกปรุงเป็นโอสถวิเศษที่ใช้เป็นสูตรแก้ปัญหาชีวิตให้แก่ชาวพุทธได้ดีที่สุดตลอดมา  ไม่ใช่เพียงชาวพุทธเท่านั้นที่ได้ลิ้มชิมโอชารสแห่งโอสถธรรมอันเป็นอมตะ  แต่ชาวโลกทั่วไปที่ได้ศึกษาหลักพุทธธรรมแล้วนำไปปฏิบัติก็ย่อมได้ลิ้มชิมโอชารสแห่งโอสถธรรมนั้นด้วยเช่นกัน   แม้ว่าเวลาจะผ่านมากว่าสองสหัสวรรษแล้วแต่หลักธรรมที่พระพุทธองค์ทรงประกาศไว้กว่า ๒,๕๐๐ ปี  ยังเป็นธรรมวิธีที่สมสมัยไม่เคยเสื่อมสูญหายไปกับกาลเวลาหากยังคงช่วยอำนวยประโยชน์ให้แก่ชีวิตของชาวโลกได้เป็นอย่างดีตราบปัจจุบัน  

ปรากฏการณ์แห่งปรินิพพานสมัย  เป็นประหนึ่งนิมิตสะกิดเตือนใจให้ชาวพุทธทั้งหลายและชาวโลกทั่วไปไม่ประมาทในการดำรงชีวิต  ทั้งให้อุทาหรณ์สอนใจว่าไม่ควรดำเนินหน้าที่และวิถีชีวิตของตนแยกเดี่ยวจากชุมชนและสังคม  หากแต่ให้ตระหนักถึงปฏิสัมพันธ์เชิงเกื้อกูลกับผู้อื่น ไม่โลภล้นเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนอย่างเข้มข้น จนมองข้ามพ้นประโยชน์ของบุคคลอื่นและสังคมรอบข้าง ไม่พยายามแยกห่างตนเองออกจากสังคม  ฝึกใจให้มองเห็นประโยชน์ร่วมกันระหว่างส่วนปัจเจกชนและสังคมอย่างเหมาะสมกลมกลืนเพื่อคืนสังคมสู่ความกลมเกลียวเหนียวแน่นอย่างที่เคยเป็นมาต่อไป

แสงสว่างจากประทีปที่ถูกจุดขึ้นจากทั่วทุกมุมโลก  โดยเฉพาะในประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนาในวันวิสาขบูชาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานั้น  คือประทีปดวงเดียวกันที่ทรงอานุภาพช่วยเพิ่มโอภาสรัศมีให้พระจันทร์วันเพ็ญฉายเด่นสว่างไสวไปทั่วโลก   เป็นสื่อแทนการบูชาพระพุทธองค์ผู้ทรงปฏิบัติภาระในฐานะเป็นพระพุทธเจ้าในการช่วยผ่อนเพลาบรรเทาทุกข์และสร้างสันติสุขภายใน  กระทั่งช่วยปลดเปลื้องปัญหาทั้งภายในและภายนอกให้แก่ชาวโลก  ดับทุกข์  ถอนลูกศรคือความโศกที่ปักฝังอยู่ในจิตใจของพวกเขาจนทุกข์สิ้นโศกสร่าง  ตลอดจนประทานแสงสว่างแห่งธรรมส่องนำทางชีวิตให้ดำเนินไปสู่ความสุขอันถาวรแก่โลกทั้งมวลนับไม่ถ้วนกระแสสายแห่งน้ำพระทัยเมตตาและพระมหากรุณาของพระพุทธองค์ที่ได้หลั่งชโลมประพรมโลกที่กำลังเร่าร้อนด้วยเพลิงทุกข์เพลิงโศกศัลย์ให้พลันดับมอดลงกลายเป็นความชุ่มเย็นและเป็นสุขนั้นนับว่ายิ่งใหญ่ไพศาล  แสดงถึงคุณูปการอันเปรียบประมาณมิได้ซึ่งชาวโลกได้รับจากพระบรมนาถศาสดาผู้ทรงเป็นที่พึ่งอันประเสริฐสูงสุดของมวลมนุษย์  เทพยดา  มาร  พรหม  และสรรพสัตว์

เมื่อมองย้อนไปในอดีต  วันวิสาขบูชาอันเป็นวันศักดิ์สิทธิ์ของชาวพุทธนี้  ได้ถูกมองข้ามความสำคัญมาเป็นเวลานานทั้งที่พระสัทธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ได้อำนวยประโยชน์แก่ชาวโลกอย่างสมสมัย  สามารถพิสูจน์สัมผัสสัจจะและปฏิบัติได้อย่างไม่จำกัดเวลา  ต่อเมื่อองค์การสหประชาชาติในฐานะตัวแทนของชาวโลกมาประจักษ์รู้ถึงคุณูปการของพระพุทธองค์  ฐานที่ทรงสร้างประโยชน์อันยิ่งใหญ่แก่ชาวโลกมาอย่างยาวนานประเมินประมาณมิได้  และเห็นพ้องยกย่องให้วันที่มีเหตุการณ์เกี่ยวข้องกับพระพุทธองค์เป็นวันสำคัญของโลกเมื่อไม่นานมานี้  วันวิสาขบูชาจึงมีค่าความหมายควรแก่การจารึกไว้ในหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ของโลกเพื่อให้ชาวโลกได้ระลึกถึงพระคุณของพระองค์  และถวายการบูชาด้วยอามิสหรือด้วยการปฏิบัติเพื่อสัมผัสผลสัมฤทธิ์คือการพิชิตปัญหาภายนอกและสร้างสันติสุขภายใน  ตามเส้นทางสายอริยะคือมรรควิธีที่พระพุทธองค์ทรงทุ่มเทพระวรกายใช้สองพระบาทเยื้องยาตราออกแสวงหามาตลอด ๖ ปี กับทั้งยอมพลีพระชนม์แลกกับการเผล็ดผลแห่งพระโพธิญาณ       ผลลัพธ์แห่งการมั่นในพระมโนปณิธาน  เปี่ยมด้วยพระปัญญาปรีชาชาญและความกล้าหาญองอาจทำให้สามารถเอาชนะอาสวกิเลสได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด  ประกาศพระองค์เป็นอิสรภาพจากทุกข์ทั้งปวงณ ควงโพธิมณฑลอันยืนต้นตระหง่านแผ่กิ่งก้านให้ร่มเงาสงบเย็น  เมื่อเพ็ญวิสาขะในวาระตรัสรู้นั้น

ดังนั้น  วันวิสาขบูชาจึงเสมือนเป็นสื่ออนุสรณ์แทนการเคารพบูชาพระพุทธคุณอันประเสริฐ  ทั้งเป็นสื่อประกาศให้ประชาชาชาติทั่วโลกได้ระลึกถึงพระคุณของพระพุทธองค์อย่างลึกซึ้งถึงแก่นแท้แล้วค้อมคารวะแด่เอกอัครศาสดาของโลกซึ่งหาผู้เสมอเหมือนมิได้  ผู้ยิ่งด้วยพระปัญญาคุณ  พระบริสุทธิคุณและพระกรุณาคุณอันแผ่กว้างโอฬารแม้พระองค์จะเสด็จดับขันธปรินิพพานนานมาแล้ว  แต่พระประทีปแก้วก็ยังคงปรากฏแสงแวววามแห่งความดีคือพระบารมีที่ทรงสั่งสมมายาวนาน  ผ่านพระคุณอันไพศาลแสนประเสริฐและพระสัทธรรมอันล้ำเลิศอยู่ทุกเวลา  ประดาหิตานุหิตประโยชน์และพุทธธรรมที่ทรงโปรดอนุศาสน์สั่งสอนเวไนยนิกรนั้น  จักสถิตเสถียรอยู่จำเนียรนานไม่รู้กาลเสื่อมสูญ   พุทธจริยาวัตรที่ทรงบำเพ็ญให้เป็นประโยชน์แก่ชาวโลกตลอดพระชนมชีพนั้น  จักไม่มีวันเลือนหายไปกับกาลเวลาที่ผ่านผันมานับพันๆปี  ประหนึ่งภาพวาดที่สวยสดใสไม่เคยถอยถดลดคุณค่า  และเป็นเหมือนดวงตราถาวรที่ประทับไว้ ณ ใจกลางโลกอย่างไม่มีวันลบเลือน ฉะนั้น

                เหนือสิ่งอื่นใด   พระมหากรุณาธิคุณและพุทธจริยาวัตรที่ทรงปฏิบัติบำเพ็ญให้เป็นประโยชน์แก่ชาวโลกตลอดจนพระชนมชีพนั้น  จักเป็นอนุสาวรีย์แห่งความดีที่จะสถิตประดิษฐานอยู่ในจิตใจของชาวโลกทั้งผอง  เป็นหนึ่งในความทรงจำอันเรืองรองงามพิสุทธิ์ของชาวพุทธและชาวโลกอย่างสำคัญไปตราบนานเท่านาน  ให้สมกับคำกล่าวขานว่า “วิสาขบูชาเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาและเป็นวันสำคัญสากลของโลก”อย่างแท้จริง

**********

วรวิทฺทสุภิกฺขุ

น้อมถวายบทความเป็นพุทธบูชา  ฉลองวิสาขมาส ๒๕๕๕

วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา

2012-03-04-11-11-03
26135

ภาพวีดีโอ

วัดหนองครอบ

วัดหนองครอบ
255

พิธีต้อนรับและมุทิตาสักการะ"พระราชปัญญาเวที"

v20161209
427

วัดท่าตอน | พิธีสืบจาต๋าแบบล้านนา...

290259v
568

วัดท่าตอน | พิธีวางดอกไม้จันทน์ถวายสมเด็จพระสังฆราช...

191258v
546

วัดท่าตอน | สมเด็จพระพุทธชินวงศ์

290758v
754

ผ้าป่าพุทธมณฑลเชียงใหม่

230758v
725